11 เหตุการณ์ อื้อฉาว ฟุตบอลโลก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

174
views
11 เหตุการณ์ อื้อฉาว ฟุตบอลโลก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

11 เหตุการณ์ อื้อฉาว ฟุตบอลโลก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

วันนี้แอดได้จัดอันดับ 11 เหตุการณ์ อื้อฉาว ฟุตบอลโลก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่ามีเหตุการ์ณอะไรที่น่าสนใจและไ่ควรเกิดขึ้นกับการแข่งขันฟุตบอลเลย เรามาดูกันว่ามีเหตุการณ์อื้อฉาวอะไรบ้างในศึกลูกหนังฟุตบอลโลกที่ผ่าน ๆ มา หวังว่า ฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะมาถึงคงไม่มีเหตุการ์ณอะไรแบบนี้เกิดขึ้นนะะ

อันดับที่ 11

เฮดบัทสะท้านโลกของซีดาน (เยอรมัน : 2006)

11 เหตุการณ์ อื้อฉาว ฟุตบอลโลก : Zinedine HeadButt
รอบชิงฟุตบอลโลก 2006 กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้น จากการที่เขา เจตนาใช้หัวพุ่งชนหน้าอกของ มาร์โก มาเตรัซซี กองหลังทีมชาติ อิตาเลียน จนลงไปนอนกองกับพื้น ทำให้ โฮราซิโอ เอลิซอนโด้ ผู้ตัดสินชาวอาร์เจนตินา ชักใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 110 ก่อนที่ฝรั่งเศส จะพ่ายการดวลจุดโทษต่ออิตาลี 3-5 หลังการเล่นในเวลา 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ได้เพียงรองแชมป์โลก และถือเป็นการปิดฉากของ “ชิซู” ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกนับตั้งแต่สิ้นยุคของ ดิเอโก้ มาราโดนา

ขณะที่ โดเมเนช ยังออกมาระบุว่า สาเหตุที่ซีดานต้องถูกใบแดงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะว่า เขาได้รับทราบมาจาก หลุยส์ เมดินา คันเตเลโญ่ ผู้ตัดสิน ที่ 4 ชาวสเปน ดูภาพช้าจากจอมอนิเตอร์แล้วไปฟ้อง โฮราซิโอ เอลิซอนโด้ เนื่องจากผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนามมองไม่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นนับว่าผิดกฎของฟีฟ่า ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ตัดสินดูภาพช้าเพื่อประกอบการตัดสินใจ ขณะที่ จิอันลูก้า ซามบร็อตต้า แบ็คขวาของอิตาลี กล่าวว่า เขาไม่ได้แปลกใจเกี่ยวกับการกระทำของ ซีดาน เนื่องจากเขาเห็นอาการโมโหแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง


อันดับที่ 10

เกาหลีใต้ – อิตาลี (เกาหลีใต้ : 2002)

ไบรอน โมเรโน ชาวเอกวาดอร์
เป็นโชคร้ายของ อิตาลี หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ที่พาตัวเองเข้ามาเป็นที่ 2 ของกลุ่ม G และในกลุ่มนี้ถือว่าเป็นสายไม่หนัก สามารถเข้าเป็นที่ 1 ได้แบบ สบายๆ แต่เมื่อเข้าเป็นที่ 2 พวกเขาต้องไปเจอกับเจ้าภาพ เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นแชมป์กลุ่มของสาย D และคงไม่มีใครคิดอย่างแน่นอนว่าเจ้าภาพจะเอาอะไรมาสู้กับ อิตาลี ที่เคยเป็นอดีตแชมป์โลกมาแล้ว

“เกมอัปยศ” ได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากเสียงนกหวีดดัง เมื่อ ผู้ตัดสิน ไบรอน โมเรโน ชาวเอกวาดอร์ ร่วมกับผู้ช่วยผู้ตัดสินอีกสองคน ได้ทำให้มนต์ขลังของเกม ฟุตบอลโลก นั้นเสื่อมลงไป พวกเขาทำทุกวิธีทางเพื่อให้เจ้าภาพได้เปรียบ จนนักเตะอิตาลีบ้าคลั่งสุดๆ คอยจะมีปากเสียงกับกรรมการแทบตลอดทั้งเกม และเป็น เกาหลีใต้ อาศัยช่วงที่ อิตาลี เสียสมาธิ ตามตีเสมอได้ในช่วงนาทีสุดท้าย ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องต่อเวลาพิเศษ โดยใช้ระบบโกลเด้นโกลด์ ใครยิงเข้าก่อนชนะไปเลยและช่วงไคลแม็กซ์สำคัญก็เกิดขึ้น เมื่อ ฟรานเชสโก ตอตติ ลากเดี่ยวเข้าไปหาประตู แล้วถูกทำฟาวล์ในเขตโทษและแทนที่จะได้ลูกจุดโทษ แต่ผู้ตัดสินกลับให้ใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงแก่ดาวยิง อาแอส โรม่า โทษฐานพุ่งล้ม แถมเจ้าภาพยังมาได้ประตูชัย ซึ่งว่ากันว่ากรรมการมีส่วนช่วย ทำให้ เกาหลีใต้ ชนะ อิตาลี 2-1 และยังมาทำเรื่องอื้อฉาวแบบนี้กับ สเปน ในรอบต่อมาอีกด้วย

ผลจาก “เกมอัปยศ” สร้างความบาดหมางให้กับสองประเทศเป็นอย่างมาก ถึงขั่นลีกฟุตบอลในอิตาลี “บอยคอต” ไม่ต้อนรับนักเตะจากเกาหลีใต้เข้ามาค้าแข้งในอิตาลี ส่วนผู้ตัดสินชาวเอกวาดอร์นั้น อิตาลี ขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศ


อันดับที่ 9

ประตูแห่งความตาย (สหรัฐ : 1994)

Andres Escobar dead

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในขณะแข่งขัน แต่มันเป็นผลสืบเนื่องของเกม เมื่อ อันเดรียส เอสโคบาร์ กองหลังทีมชาติโคลัมเบียสกัดบอลเข้าประตูตัวเอง ในเกมที่จะกับ สหรัฐอเมริกา ซึ่งผลการแข่งขันในวันนั้นจบลงด้วยการที่ สหรัฐ ชนะ โคลัมเบีย 2-1 และ โคลัมเบีย เป็นฝ่ายตกรอบแรก หลังจากทัพ โคลัมเบีย เดินทางกลับบ้านเกิด ในคืนวันที่ 2 กรกฎาคม 1994 เอสโคบาร์ ปราการหลังที่สกัดบอลเข้าประตูตัวเอง เดินออกมาจากผับแห่งหนึ่ง โดยพยานในที่เกิดเหตุให้การกับตำรวจว่า มีคนร้ายดักซุ้มอยู่ และได้ตะโกนคำว่า Gol (Goal) ก่อนที่จะกระหน่ำยิงเขาจนเสียชีวิตคาที่

เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ช็อคแฟนบอลทั่วโลกเป็นอย่างมาก เพราะแค่ความผิดพลาดในเกมกีฬา แต่คนหนึ่งต้องมาจบชีวิตลงด้วยความป่าเถื่อนนี้ โดยที่สื่อมวลชนจากหลายประเทศได้วิเคราะห์ข่าวว่า ความตายของ เอสโคบาร์ น่าจะมีอิทธิผลมาจากกลุ่ม มาเฟียยาเสพติดในประเทศ โคลัมเบีย เนื่องจากพวกเขาโกรธแค้นที่ต้องเสียเงินให้กับการพนัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้ คือ นายอุมเบอร์โต มูนอซ เป็น เจ้าหน้าที่ รปภ.แห่งหนึ่ง โดยทาง มูนอซ ให้การว่า ที่เขาทำไปเพราะความโกรธแค้นที่ เอสโคบาร์ ทำเข้าประตูตัวเอง ไม่ได้มีคนอยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด มูนอซ ถูกตัดสินจำคุก 43 ปี และได้ลดโทษกึ่งหนึ่งที่สารภาพ ทำให้เหลือจำคุก 26 ปี แต่ล่าสุดมีรายงานว่าเขาได้รับการปล่อยตัวแล้ว เมื่อเดือนตุลาคม 2005


อันดับที่ 8

ศอกของเลโอนาร์โด (สหรัฐ : 1994)

8 เลโอนาร์โด ชักศอกกลับมาใส่ รามอส ฟุตบอลโลก

บราซิล ต้องมาเจอกับสหรัฐอเมริกา เจ้าภาพ รอบสองของฟุตบอลโลก 94 ซึ่งใครๆก็คิดว่า สหรัฐฯ คงไม่รอดพ้นบราซิลมหาอำนาจลูกหนังในขณะนั้นไปอย่างแน่นอน แต่ไม่เลย รูปเกมในวันน้้นออกมาสูสีกันมากและก่อนจะหมดเวลาครึ่งแรก รามอส นักเตะสหรัฐเข้าไปยื้อแย่งบอลด้านหลัง เลโอนาร์โด กองกลางตัวเก่งของ บราซิล จังหวะต่อมา เลโอนาร์โด ชักศอกกลับมาใส่ รามอส เข้าเต็มขมับ ซึ่งจะเจตนาหรือไม่เจตนาทำร้ายคู่ต่อสู้อย่างไรก็ไม่รู้ เหตุการณ์นี้ทำให้ แท็บ รามอส กะโหลกศีรษะร้าว ต้องนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

การกระทำของ เลโอนาร์โด ทำให้เขาถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม และทาง “ฟีฟ่า” ประกาศลงโทษเขาขั้นรุนแรงแบบที่ไม่มีใครเคยเจอมาก่อน คือ ห้ามลงแข่งขัน 8 นัด นั้นหมายความว่า ถ้าหาก บราซิล เข้าชิงฯ เขาก็ไม่สามารถลงเล่นได้ (บราซิลได้เข้าชิงฯ และคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปีนั้น) และทาง แท็บ รามอส รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แถมยังกลับมาเล่นฟุตบอลได้ตามปกติ


อันดับที่ 7

หัตถ์พระเจ้า (เม็กซิโก : 1986)

ดีเอโก้ มาราโดน่า 1986

นับว่าเป็นช็อตที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก รวมถึงกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับความ “เจ้าเลห์” ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า รวมถึงกระแสการ “เหยียด” ผู้ตัดสินจากโลกที่สามตามมาอีก เพราะคนดูในสนามเห็นจังหวะนี้ทั้งหมด แต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่เห็นมันของกรรมการ อาลี เบนนาเซอร์ ชาวตูนีเซียและความอื้อฉาวในเหตุการณ์นี้ไม่ได้โทษ “การตัดสินที่ผิดพลาด” ไปเสียทั้งหมด เนื่องจากคนที่ทำมันคือนักเตะหมายเลขหนึ่งของโลกในเวลานั้น

ลองนึกดูว่าถ้าหากเป็นนักเตะที่ไม่ดังทำอะไรแบบนี้ ก็คงมีการพูดถึงกันไม่กี่วัน และถ้าสังเกตุภาพช้าประตูของ มาราโดนา เขาหันหลังวิ่งกลับไป และเหลือบไปมองผู้ช่วยผู้ตัดสินแวบหนึ่ง ทุกอย่างมันเป็นปกติก่อนที่เขาจะกระโดดดีใจแบบเนียนๆ และเป็นที่มาของ “หัตถ์พระเจ้า” อันเลื่องลือ


อันดับที่ 6

ผู้รักษาประตูมีสิทธิ์ป้องกันตัวเอง (สเปน : 1982)

โทนี่ ชูมัคเกอร์ 1982

โทนี่ ชูมัคเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมัน กับจังหวะป้องกันประตู พร้อมกับ “ป้องกันตัวเอง” ยังไงไม่รู้ทำให้ พาทริก บาติสตอง กองหลัง ทีมชาติฝรั่งเศส ฟันหักถึง 3 ซี่ และอาการหนักถึงขั้นที่ว่าต้องนอนรักษาตัวในห้อง ไอซียู อยู่หลายวันเลยที

เดียว แน่นอนว่า ชูมัคเกอร์ ได้รับฉายาว่า “นายทวารจอมโหด” ทันที หลังจากการเข้าชาร์จรุนแรงในจังหวะนั้น และภายหลังจากการให้สัมภาษณ์ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปเลย เขากลับบอกว่ามันคือ “สิทธิ์” ของผู้รักษาประตู
ในการป้องกันตัวเอง

ความร้าวฉานยังคงไม่หยุดแค่นั้น เมื่อ ชูมัคเกอร์ ได้เขียนหนังสือชีวประวัติตัวเอง และมีเนื้อหาพาดพิงว่า มีนักเตะในบุนเดสลีกากว่า 90% เคยเสพยาเสพติด ทำให้สร้างความไม่พอใจแก่คนในวงการฟุตบอลเยอรมันเป็นอย่างมาก และตัวเขาเองถูกต่อต้านจนเล่นใน บุนเดสลีกา ไม่ได้ ต้องย้ายหนีไปเล่นในตุรกี นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่มีชื่อในทีมชาติเยอรมันอีกเลย


อันดับที่ 5

คนรวยทำอะไรก็ได้ (สเปน : 1982)

ฟาฮิด อัล-อาเหม็ด อัล-ซาบาห์ ฟุตบอลโลก world cup 1982

การแข่งขันรอบแรกของสาย D ซึ่งเป็นการแข่งระหว่าง ฝรั่งเศส กับคูเวต ขณะฝรั่งเศสนำอยู่ 3-1 และฝรั่งเศสมาได้ประตูที่ 4 จาก อแลง กีแรส ทว่านักเคะ คูเวต หยุดเล่นเพราะคิดว่าเป็นจังหวะฟาวล์ แต่ มิโรสลาฟ สตูปาร์ กรรมการชาวรัสเซียเป่าให้ลูกนี้เป็นประตู ทำให้ ฟาฮิด อัล-อาเหม็ด อัล-ซาบาห์ พระอนุชา ของเจ้านครคูเวต ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอล คูเวต ในเวลานั้น เดินลงสนามเข้าไปประท้วง และมีการคู่จะนำนักเตะทั้งหมดออกจากสนาม หากยังไม่มีการกลับคำตัดสิน

นายกสมาคมฟุตบอล คูเวต ยืนประท้วงอยู่เป็นเวลานาน โดยที่ไม่มีใครกล้าไปนำตัวเขาออกจาก เนื่องจากเป็นคนที่มีเชื้อสายราชวงศ์ชั้นสูง แม้ว่าจะมีหลายฝ่ายมาขอร้องแล้ว แต่ท่านก็ยังคงไม่ยอม จนเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อผู้ตัดสินกลับคำตัดสิน ยกเลิกประตูที่ฝรั่งเศสยิงได้ ทำให้ ชีค ฟาฮิด จึงยอมเสด็จออกจากสนาม

อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันในวันนั้น ฝรั่งเศส เป็นฝ่ายเอาชนะไป 4-1 อยู่ดี และผลจากการกระทำของผู้ตัดสินทำให้ฟีฟ่า ประกาศลงโทษยึดใบอนุญาตการเป็นผู้ตัดสินของฟีฟ่าทันที ขณะที่ ฟาฮิด ถูก ฟีฟ่า ปรับเงินไป 8,000 ปอนด์ ท้ายที่สุดแล้ว พระองค์สิ้นพระชนม์ในปี 1990 ในเหตุการณ์อิรักบุกยึดคูเวต


อันดับที่ 4

เยอรมัน-ออสเตรีย (สเปน : 1982)

เยอรมัน vs ออสเตรีย world cup 1982

ราบาห์ มัดเจอร์ ดาวยิงแอลจีเรีย ผู้ที่เผด็จศึกทัพ “อินทรีเหล็ก” จนเป็นที่มาอีกหนึ่ง “เกมอัปยศ” ระหว่าง เยอรมัน-ออสเตรีย แมทช์พลิกล็อคช็อคโลกที่สุดในฟุตบอลโลก คงหนีไม่พ้น เยอรมันตะวันตกแพ้แอลจีเรีย 1-2 เนื่องจากความพ่ายแพ้ในเกมนี้ ทำให้พวกเขาต้องเอาชนะ 2 นัดที่เหลือให้ได้ โดยมีทีมร่วมสายอย่าง แอลจีเรีย, ออสเตรีย และ ชิลี และนับว่าเป็นกลุ่มที่มีคะแนนสูสีเบียดสู้กันที่สุด โดยมี ชิลี เป็นทีมแจกแต้มชั้นดีในเวลานั้น แพ้รวด 3 นัด

ซึ่งนัดสุดท้าย แอลจีเรีย สามารถเอาชนะ ชิลีไปได้ 3-2 ทำให้แอลจีเรียมี 4 แต้ม ยิงได้ 5 เสีย 5 ขณะที่เยอรมัน ต้องเจอกับ ออสเตรีย ในเกมนัดสุดท้ายของรอบแรก โดยเยอรมัน แข่ง 2 ชนะ 1 แพ้ 1 มี 2 แต้ม ยิงได้ 5 เสีย 3 ส่วนออสเตรีย แข่ง 2 ครั้ง ชนะรวด ยิงได้ 3 ไม่เสียประตู ซึ่งตามรูปเกมแล้ว ถ้าเยอรมัน ชนะแค่ 1 ประตู ก็สามารถเข้ารอบต่อไปร่วมกับ ออสเตรียทันที และถ้าชนะเกิน 3 ประตู ออสเตรีย จะเป็นฝ่ายตกรอบ และ แอลจีเรีย เข้ารอบแทนและมันไม่แปลกที่ใครๆก็คิดว่า เยอรมันมีสิทธิ์เข้ารอบมีความเป็นไปได้อยู่แล้ว และเหตุการณ์สุดอัปยศก็เกิดขึ้น เมื่อเยอรมัน ยิงประตูในนาทีที่ 10 หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายแทบจะไม่ได้เล่นบอล เคาะบอลกันไปมาอยู่อย่างนั้น

ผู้ชมทั้งสนามส่งเสียงโห่ตลอดการแข่งขัน และรายนำธงชาติของทั้งสองทีมมาเผา หลังจากจบการแข่งขัน แอลจีเรีย ยื่นหนังสือประท้วงต่อฟีฟ่าอย่างเป็นทางการ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ให้ลงโทษปรับทั้งสองทีมตกรอบฐานมีส่วนเกี่ยวพันกัน แต่ฟีฟ่าไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องนั้นและ “ความเป็นธรรม” ที่ แอลจีเรีย เรียกร้องคือ ฟีฟ่า ออกกฎใหม่ว่า ในการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแรกต่อจากนี้ไปทุกคู่จะต้องลงเตะในวันเดียวกัน เวลาเดียวกัน แต่ แอลจีเรีย ไม่ได้เป็นผู้ใช้มัน !!!


อันดับที่ 3

เปรูล้มบอล (อาร์เจนตินา : 1978)

Argentina vs peru-ฟุตบอลโลก World Cup 1978

เป็นอีกครั้งหนึ่งต่อจากปี 1974 ที่รอบสองของฟุตบอลโลกไม่ได้ใช้ระบบ “น็อคเอาต์” แต่เปลี่ยนมาใช้วิธีแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เตะแบบพบกันหมด และทีมที่ได้คะแนนสูงสุด จะได้เข้าชิงชนะเลิศ โดย อาร์เจนตินา เจ้าภาพ ต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกับบราซิล คู่ปรับตลอดกาล ร่วมกับ โปแลนด์และ เปรู ทีมได้ที่ 1 จากรอบแรก และทั้ง บราซิล กับ อาร์เจนฯ ต่างก็ทำผลงานได้ดี เก็บชัยชนะมาได้ทั้งหมด เมื่อทั้งสองทีมมาเจอกับผลจบลงด้วยการเสมอ 0-0 ทำให้บราซิลแข่ง 3 นัด ชนะ 2 เสมอ 1 ยิงได้ 6 เสีย 1 ส่วนอาร์เจนตินา แข่งไป 2 นัด ชนะ 1 เสมอ 1 ยิงได้ 2 ลูก ไม่เสียประตู ซึ่งหมายความว่า นัดสุดท้ายของอาร์เจนตินา จะต้องเอาชนะเปรู 4 ลูกขึ้นไป ถึงจะได้เข้าชิงชนะเลิศ

ตามสถานการณ์แล้วโอกาสเข้ารอบต่อไปของ อาร์เจนติน่า แทบไม่มี เพราะทีมอย่าง เปรู ก็ร้ายกาจอยู่พอสมควร แต่เมื่อเกมการแข่งขันเริ่มขึ้น กลิ่นไม่ดีก็โชยมา เพราะเปรูปล่อยให้อาร์เจนตินาบุกอยู่ฝ่ายเดียว จนยิงได้ถึง 6 ประตู หลังจากจบเกม ตามมาด้วยกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับ “เปรูล้มบอล”และมันมี 2 อย่างที่น่าสนใจคือ ผู้รักษาประตูของเปรูนัดนั้น มีเชื้อสายอาร์เจนตินา

ส่วนเรื่องที่ 2 มีการว่ากันว่า ผู้นำเผด็จการของอาร์เจนตินาได้ต่อสายตรง “คุยเรื่องลับ” กับผู้นำเปรู แลกกับความช่วยเหลือบางอย่าง แต่ที่แน่ๆงานนี้ คนบราซิเลียนช้ำใจสุดขีด และชาวอาร์เจนไตน์ชื่นมื่นกันถ้วนหน้า


อันดับที่ 2

ประตูปริศนาแห่งศตวรรษ (อังกฤษ : 1966)

england vs germany ศึกฟุตบอลโลก World Cup 1966 4-2

ยังคงเป็นที่เล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน กับ ลูกยิงชนคานกระทบพื้นของ เจฟฟ์ เฮิร์ส ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เยอรมันตะวันตก มีการถกเถียงกันว่า ลูกนั้นข้ามเส้นไปแล้วหรือยัง แต่ที่่แน่ๆ ผู้ตัดสินเป่าให้ลูกนั้นได้ประตู ทำให้อังกฤษ ขึ้นนำ เยอรมัน 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

อังกฤษ ยังมายิงเพิ่มอีก 1 ประตู เป็น 4-2 และคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกและครั้งเดียวในบ้านตัวเอง ท่ามกลางกระแสจากคนทั่วโลกเกี่ยวกับลูกยิงปริศนาลูกนั้น ซึ่งต่อมาก็ได้มีการนำภาพรีเพลย์มาวิเคราะห์ จนสรุปได้ว่า ลูกนั้น “ยังไม่ข้ามเส้น”

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายได้ออกมาเรียกร้องให้ฟีฟ่านำเทคโนโลยีมาช่วยตัดสินลูกปัญหา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ฟีฟ่าก็ยังคง “ไม่นำพา” ไม่ยอมให้นำ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสินในฟุตบอลโลกเลย


อันดับที่ 1

สมรภูมิซานติอาโก (ชิลี : 1962)


เกมการแข่งขันรอบแรกระหว่างชิลี เจ้าบ้าน กับ อิตาลี ทางสื่อมวลชนให้คำนิยามว่า “Battle of Santiago” เพราะเตะกันดุเดือดรุนแรง ราวกับโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน ผู้ตัดสินชาวอังกฤษไม่สามารถคุมเกมนี้ได้ ทั้งสองฝ่ายตั้งใจจะ “เล่นคน” มากกว่าเล่นบอล ใน เกมนี้ มีนักเตะอิตาลีถูกไล่ออกจากสนาม 2 คน ดั้งจมูกหักเพราะพิษกำปั้นอีก 1 คน และผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของ เจ้าบ้าน 2-0 จนต้องมีกองกำลังมาคุ้มกันนักเตะอิตาลีออกจากสนาม


ในบทความต่อไป เราจะหาเรื่องที่น่าสนใจของฟุตบอลโลกมาให้เพื่อนๆ ได้อ่าน เป็นน้ำจิ้ม รอศึกการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะมาถึงในปี 2018

สามารถติดตามบทความเกี่ยวกับ sbobet และเรื่องอื่นที่มีความรู้ ได้ที่ https://www.howtosbobet.com  และ https://www.facebook.com/howtosbobet

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here